Suttinun Poomkong

WRITER

Content : เส้นทางของผู้ประกอบอาชีพสายศิลปะ จากความชอบสู่ความหลงไหล

2017-04-23 09:29:35

ต้องยอมรับว่าวงการศิลปะในประเทศไทยเปิดกว้างขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก มีศิลปินยุคใหม่เกิดขึ้นและมีชื่อเสียงไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นคุณ นักรบ มูลมานัส นักวาดภาพประกอบสไตล์คอลลาจ “เป๋ง” ชานนท์ ยอดหงษ์ ผู้ออกแบบปกอัลบั้มให้กับศิลปินค่าย Genie Record หรือ “พริม” ศุภศรา หงศ์ลดาลมภ์ สาวน้อยนักวาดภาพประกอบอิสระรุ่นใหม่ที่ผลงานที่โดดเด่นในตอนนี้

งานศิลปะนั้นมีความต่างกันแค่อุปรณ์ที่ใช้สร้างสรรค์เท่านั้น ส่วนขั้นตอนการโปรเซสงานนั้นแทบไม่ต่างกัน เพราะ ฉะนั้นผู้เขียนจึงอยากให้ผู้อ่านได้ทำความเข้าใจถึงขั้นตอนการทำงานของพวกเขากันว่า จากความชอบที่มีต่องานศิลปะ นำพาพวกเขามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

ขั้นตอนที่1. ศึกษาทักษะขั้นพื้นฐานของศาสตร์แห่งศิลป์
นักดนตรีต้องเรียนรู้เรื่อง สเกล โหมด โน้ต ทฤษฎี การอิมโพรไวส์ จิตรกรต้องเรียนรู้เทคนิคการวาดภาพการแรเงา การสเก็ตแบบ วางโครงสร้าง ช่างภาพต้องเรียนรู้และเข้าหลักการของแสง การถ่ายภาพ อุปกรณ์แฟลช ไฟต่างๆ กราฟฟิคดีไซเนอร์ต้องเรียนรู้อุปกรณ์และโปรแกรมที่เขาต้องใช้ จะเห็นว่าทุกอย่างมีค่าวิชาและมีศาสตร์ของมัน ที่ต้องเรียนรู้ขั้นพื้นฐานให้แน่นปึ้ก เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้เรียนในศาสตร์แห่งศิลป์ต้องผ่านไปให้ได้ เพราะพื้นฐานที่ดีคือเสาร์หลักในการสร้างสรรค์ผลงานนั่นเอง

ขั้นตอนที่2. ศึกษา ค้นคว้า บุคคลต้นแบบ
คุณเคยชอบฟังเพลงๆ ไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า? ชอบศิลปินคนนี้และติดตามฟังทุกอัลบั้ม จนกลายเป็นแฟนของศิลปินคนนั้นไปแบบไม่รู้ตัว จุดเริ่มต้นของผู้ที่ประกอบอาชีพสายศิลป์ ล้วนมาจากความหลงใหลในงานศิลปะทั้งสิ้น ขั้นตอนการต่อไปคือการศึกษาคนคว้า เอาความชอบ ลายเส้น และเทคนิคต่างๆ จากศิลปินที่เขาหลงใหล มาเรียนรู้และฝึกฝน ใส่ความคิดและความชอบจากหลากหลายศิลปินเข้าไปจนออกมาเป็นผลงานที่มีรูปแบบลายเส้นของตนเอง แน่นอนว่าต้องเสพผลงานเยอะๆ และต้องศึกษาเข้าไปให้ลึกถึงความคิดของศิลปินคนนั้น เราขอยกตัวอย่างวง Nirvana วงอัลเทอเนทีฟที่พลิกวงการดนตรีโลก เคริ์ท โคเบน หัวหอกของวง ได้มีความคิดนำเอาเอาส่วนผสมระหว่างวง Black Sabbath กับ
วง The Beatle มารวมกัน บวกกับซาวน์กีต้าร์ เสียงร้องและกลองในแบบของเคิร์ท ทำให้เกิดดนตรีแนว“อัลเทอเนทีฟ” เกิดขึ้นบนโลก พลิกวงการเพลงจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทำให้วงร็อคแฮร์แบนด์กับโซโล่กีต้าร์ที่ดุเดือดจากยุค 80 ซบเซากันเลยทีเดียว เป็นที่มาของยุคอัลเทอเนทีฟยุค 90 ที่เฟื่องฟูจน
มาถึงทุกวันนี้

ขั้นตอนที่3. ฝึกซ้อม
กว่ารูปจะออกมาสวย กว่าจะเล่นกีต้าร์ได้เป๊ะขนาดนี้ ผู้ที่ทำงานสายอาชีพศิลปะนั้นต้องผ่านการฝึกซ้อมมาอย่างยาวนาน ทำสิ่งซํ้าๆ เดิมๆ ติดต่อกันวันละหลายชั่วโมง จนเป็นผู้เชี่ยวชาญและชํ่าชองในเทคนิคนั้นๆ รวมทั้งคิดสร้างสรรค์ผลงานเพื่อฝึกฝนความคิดที่จะใส่ลงไปในงาน ไม่ว่าจะอาจารย์เฉลิมชัย โกษิตพิพัฒน์ อาจารย์ถวัล ดัชนี หรือมือกีต้าร์ที่ยิ่งใหญ่ อย่างจิมมี่ เพจ หรือ เอดดี้ แวน ฮาเลน ก็ผ่านการฝึกซ้อมอย่างบ้าคลั่งมาแล้วทั้งสิ้น

ขั้นตอนที่4. สร้างสรรค์ผลงานจนออกมาเป็นลายเส้นของตัวเอง
มาถึงขั้นตอนสุดท้าย หลังจากผ่านการศึกษาค้นคว้าและฝึกฝนจนเขี้ยวกรัม จนออกมาเป็นลายเส้นของตนเอง นี่คือคุณค่าที่แท้จริงของศิลปิน เพราะลูกค้าจะจ้างศิลปินมาออกแบบตามเป้าหมายที่ต้องการเพราะผลงานที่ถูกตาต้องใจ และต้องการงานในแบบของศิลปินคนนี้เท่านั้น หัวใจสำคัญของศิลปะคือ มีเพียงเจ้าของผลงานเท่านั้น ที่สามารถสร้างสรรค์งานในแบบของเขาออกมาได้ ถึงแม้ว่าลูกค้าจะมีเงินล้นฟ้าก็ตาม หากศิลปินผู้นั้นได้ลาจากโลกนี้ไป ผลงานลายเส้นของเขาก็จะลาจากโลกนี้ตามไปด้วยและไม่มีวันที่จะสร้างขึ้นมาได้อีก

ถ้าเรายังจำกันได้ในหนังเรื่อง The day after tomorrow จะมีฉากที่ผู้คนขนงานศิลปะรูป “โมนาลิซ่า” ขึ้นเรือไปด้วย เป็นเพราะว่างานศิลปะชิ้นนั้น ได้ถูกสร้างด้วยนํ้ามือของมนุษย์และไม่มีวันที่จะสร้างขึ้นมาใหม่ได้อีกเป็นครั้งที่สอง

Suttinun Poomkong

WRITER